หมวดหมู่: BLOG

สเต็กไก่ทอดหนังกรอบ เมนูยอดนิยมใน Family restaurant ของญี่ปุ่น

สเต็กไก่ทอดหนังกรอบ เมนูยอดนิยมใน Family restaurant ของญี่ปุ่น

สเต็กเป็นเมนูที่หารับประทานได้ง่ายในร้านอาหารสำหรับครอบครัว (Family restaurant) ทั่วไปในญี่ปุ่น และในบรรดาเมนูสเต็กหลากหลายแบบนั้น สเต็กไก่ทอดหนังกรอบร้อนๆ ราดด้วยซอสต่างๆ ก็เป็นเมนูที่คนญี่ปุ่นนิยมมาก   มารู้วิธีทำสเต็กไก่ทอดหนังกรอบเนื้อนุ่มและเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับหนังไก่กันนะคะ

วิธีทำสเต็กไก่ทอดหนังกรอบ

วัตถุดิบ

  • เนื้อส่วนสะโพกไก่ติดหนัง 1 ชิ้น (ประมาณ 250 กรัม)
  • กระเทียม 1 กลีบ
  • พริกไทย เล็กน้อย
  • น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันสำหรับทอด 2 ชา

วิธีทำ

1. ใช้มีดตัดไขมันและหนังส่วนที่เกินออกจากเนื้อไก่ แล้วบั้งส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อให้ทั่วเนื้อไก่ จากนั้นใช้ปลายมีดจิ้มให้ทั่วหนังไก่โดยให้มีความห่างประมาณ 2 เซนติเมตร

2. โรยพริกไทยและเกลือให้ทั่วทั้งสองด้านของเนื้อไก่และวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15-30 นาที การวางไก่ไว้ที่อุณหภูมิห้องมีข้อดีคือ จะทำให้เนื้อไก่มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง ซึ่งจะทำให้เกลือซึมเข้าเนื้อได้ดีและเมื่อนำไปทอดก็จะทำให้ความร้อนผ่านเนื้อไก่ได้ดี

3. นำกระทะทั้งไฟอ่อนและนำกระเทียมหั่นบางใส่ลงไปในน้ำมัน รอจนกระเทียมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วจึงตักขึ้น

4. วางไก่ด้านที่ติดหนังลงบนกระทะ ทอดด้วยไฟอ่อนประมาณ 10 นาทีโดยไม่ปิดฝากระทะ ใช้ตะเกียบกดให้หนังไก่ติดกระทะเป็นครั้งคราว การทอดด้วยไฟอ่อนจะทำให้น้ำมันและน้ำค่อยๆ ออกจากหนังไก่และจะทำให้หนังไก่กรอบ จากนั้นจึงทอดด้วยไฟกลางและใช้กระดาษชำระสำหรับงานครัวซับน้ำมันออกจากกระทะ เมื่อหนังกรอบได้ที่ก็พลิกด้านเนื้อไก่ลง ทอดด้วยไฟอ่อนจนไก่สุกประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงปิดไฟและวางไก่ไว้บนกระทะประมาณ 3-5 นาที จากนั้นจึงตักมาหั่นเป็นชิ้นและเสิร์ฟแบบไม่มีซอสหรืออาจจะเตรียมซอสราดได้ตามชอบ

ทอดไก่จนหนังไก่กรอบและเป็นสีน้ำตาล

วิธีเตรียมซอสราดสเต็ก

วัตถุดิบ

  • หอมใหญ่สับละเอียด ½ หัว
  • โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
  • สาเกปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • กระเทียมขูด 1 ช้อนชา
  • น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อขนาดเล็กและตั้งบนไฟกลาง คนจนส่วนผสมเข้ากันแล้วจึงเติมหอมสับละเอียดและกระเทียมขูดลงไป คนจนส่วนผสมเดือดแล้วจึงปิดไฟและนำมาราดสเต็กไก่ตามชอบ

ประโยชน์ของหนังไก่

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าหนังไก่ไม่มีประโยชน์และมีแคลอรี่สูง จริงๆ แล้วหนังไก่ประกอบไปด้วยโปรตีนคอลลาเจนที่ร่างกายสามารถนำไปสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวพรรณและเส้นผม ไนอะซิน หรือวิตามินบี 3 ที่ช่วยเสริมให้ร่างกายใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเสริมการเผาผลาญไขมันและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี อีกทั้งยังมีกรดโอเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว โดยกรดไขมันชนิดนี้จะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในร่างกาย ส่งผลช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น โรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลีอดหัวใจตีบ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้หนังไก่จะมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ก็ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

 

สเต็กไก่เป็นเมนูที่ถูกปากถูกใจทั้งผู้ใหญ่และเด็กแถมวิธีการทำก็ไม่ยากเลย หากมีเวลาลองทำดูนะคะ    สล็อตเว็บตรง

หลีกหนีความจำเจด้วยข้าวห่อไข่สีสันคัลเลอร์ฟูล

หลีกหนีความจำเจด้วยข้าวห่อไข่สีสันคัลเลอร์ฟูล

โอมุไรสุหรือข้าวห่อไข่ออมเลทสีเหลืองทองตัดกับข้าวผัดสีส้มแสนอร่อยนี้คงจะเป็นเมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน แต่ใครที่เบื่อโอมุไรสุในรูปแบบเดิม ๆ วันนี้เราจะพาไปแนะนำข้าวโอมุไรสุสีสันคัลเลอร์ฟูลที่ทุกคนจะต้องอยากไปลิ้มลองแน่นอน!

ร้าน Seiyou Ryouri BIZENYA เป็นร้านอาหารสไตล์ตะวันตกที่ตั้งอยู่ในเขตนากะ เมืองโอคายามะ จังหวัดโอคายามะ แต่นอกจากอาหารตะวันตกแล้ว ยังมีเมนูยอดนิยมคือเมนูโอมุไรสุหลากสีสันจากการผสมสีจากวัตถุดิบธรรมชาติถึง 6 สีด้วยกัน ด้วยความครีเอททำให้เมนูนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล

 

ร้านนี้เปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนปี 2017 หนึ่งปีต่อมาทางร้านต้องการจะทำเมนูแปลก ๆ ที่ร้านอื่นไม่มี ซึ่งก็เริ่มด้วยเมนูโอมุไรสุที่เป็นสีขาว และค่อย ๆ เพิ่มสีอื่น ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนในเดือนกรกฎาคมปี 2019 ก็มีทั้งหมด 6 สี

นอกจากไข่สีเหลืองแบบปกติแล้ว ดังที่ได้กล่าวไปคือมีสีขาว สีชมพู สีฟ้า สีเขียว และสีดำ สีขาวจะใช้ไข่ที่มีไข่แดงเป็นสีขาว ซึ่งได้จากการเลี้ยงแม่ไก่ด้วยข้าวกล้อง สีชมพูได้จากการผสมสีบีทรูท สีฟ้าได้จากการผสมสีดอกอัญชัญ สีเขียวได้จากการผสมสีผักปวยเล้ง และสีดำได้จากการผสมสีของถ่านไม้ไผ่ โอ้โหหห น่าสนใจมาก ๆ

 

เมื่อลองผ่าครึ่ง ไข่ลาวาสีสวยก็ละลายไหลลงมา แว้บแรกอาจจะดูเหมือนไม่น่าทาน แต่จริง ๆ แล้วรสชาติก็ไม่เลวเลย

 

 

ในส่วนของราคา สำหรับมื้อกลางวัน ไข่สีเหลืองราคา 1,300 เยน ไข่สีขาวราคา 1,400 เยน และอีก 4 สีราคา 1,500 เยน โดยจะรวมอาหารเรียกน้ำย่อยและซุปไว้เป็นเซ็ท สำหรับมื้อเย็นจะลดราคาลง 100 เยนและเป็นอาหารจานเดียว จำกัดการจำหน่ายเพียงสีละ 10 จานต่อวัน ยกเว้นสีขาวซึ่งจะขึ้นอยู่กับแม่ไก่ และในส่วนของไข่สีดำจะให้บริการเฉพาะวันศุกร์นะคะ

 

 

ทางร้านกล่าวว่าทุกอย่างทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ จึงไม่มีผลเสียต่อร่างกาย ในอนาคตอาจมีการเพิ่มจำนวนสีสันให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็มาสนุกสนานกับโอมุไรสุหลากสีกันได้เลยค่ะ      สล็อตเว็บตรง

 

วัน-เวลาทำการ
ปิดวันอังคาร
มื้อกลางวัน 11.00 – 14.30 น.
มื้อเย็น 17.00 น. – 20.00 น. (พฤหัส, เสาร์, อาทิตย์)

ซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโดรสจัดจ้าน หรือนี่จะเป็นเมนูที่เกิดมาเพื่อคนไทย!?

ซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโดรสจัดจ้าน หรือนี่จะเป็นเมนูที่เกิดมาเพื่อคนไทย!?

แกงกะหรี่ญี่ปุ่นเป็นเมนูยอดฮิตที่เราคนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ว่านอกจากแกงกะหรี่ข้นๆ ราดข้าวแล้ว ก็ยังมีแกงกะหรี่อีกประเภทหนึ่งที่แกงมีลักษณะเป็นน้ำซุป นั่นคือ “ซุปแกงกะหรี่จากฮอกไกโด” ที่โดดเด่นด้วยเครื่องเทศจัดเต็มสุดเข้มข้น ซุปแกงกะหรี่ที่ว่านี้เป็นอาหารที่เกิดขึ้นในซัปโปโร เมืองฮอกไกโด เมื่อ 40 ปีก่อน โดยปัจจุบันมีร้านอาหารที่เสิร์ฟซุปแกงกะหรี่นี้มากมายในฮอกไกโด ถือเป็นเมนูดังที่ได้รับความนิยมไม่เฉพาะชาวฮอกไกโดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย

จุดเด่นของซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโดอยู่ที่รสชาติของไก่ที่ต้มจนเปื่อยซึ่งรวมกับรสชาติของผักและเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติที่อร่อยเข้มข้นและกลมกล่อม แต่แค่อร่อยอย่างเดียวไม่พอ เมนูนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากด้วย เพราะมีทั้งผักชิ้นใหญ่ๆ และประโยชน์จากเครื่องเทศหลายสิบชนิดในน้ำซุปที่ดีต่อร่างกายนั่นเอง

แกงกะหรี่ฮอกไกโด

ตอนสั่งซุปแกงกะหรี่ เราสามารถเลือกประเภทของผักและเนื้อสัตว์ได้ตามสไตล์ที่ชอบ รวมไปถึงระดับความเผ็ดที่เลือกได้ตามใจอยากเช่นกัน เมนูนี้จึงเหมาะสำหรับคนไทยอย่างเราๆ ที่ชอบอาหารรสจัดมากๆ จนพูดได้ว่านี่อาจะเป็นแกงกะหรี่ที่เกิดมาเพื่อคนไทยเลยก็ว่าได้! เวลาเสิร์ฟเขาจะแยกซุปแกงกะหรี่กับข้าว เมื่อตักเข้าปากปุ๊บจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ลงตัวของแกงกับข้าว ถ้าให้เปรียบเทียบก็อารมณ์เดียวกับแกงเขียวหวานของไทยเลยทีเดียว

รวมร้านซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโดอร่อยเด็ดในกรุงเทพฯ

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากลองลิ้มรสซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโดว่าจะเข้มถึงใจขนาดไหนก็ไม่ต้องไปไกลถึงฮอกไกโด เพราะตอนนี้ซุปแกงกะหรี่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเมนูนี้ในกรุงเทพฯ ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งแต่ละร้านก็มีรสชาติอร่อยแตกต่างกันไป วันนี้เราก็มีร้านมาแนะนำ 3 ร้านด้วยกัน ใกล้ร้านไหนตามไปตำร้านนั้นได้เลย แล้วไว้ถ้าสถานการณ์โควิดดีขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไปเที่ยวฮอกไกโดก็อย่าลืมลองหาทานกันนะ    สล็อตเว็บตรง

ถ้าไปชิมซุปแกงกะหรี่ที่ซัปโปโร ต้องลองไปเที่ยวมารุยามะด้วย!

ร้านซุปแกงกะหรี่ ฮอกไกโด ทองหล่อโยโกโช

ซุปแกงกะหรี่ร้านนี้รังสรรค์โดยเชฟชาวฮอกไกโด ปรุงด้วยเครื่องเทศกว่า 28 ชนิด ทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่น่าหลงใหลจนทำให้อยากกลับมาทานซ้ำหลายๆ รอบ

ที่อยู่: 138/1 ซอยทองหล่อ 11, แขวงคลองตันเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร 10110
Facebook

แผนที่: 

Umi Hokkaido Fresh Market

 

ที่อยู่: 24 ซอยลาซาล 71 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Facebook
แผนที่:

ฮอกไกโด เก็นชิยากิ สีลม

ที่อยู่: 58, 10-13 สีลม ซอย 7 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Facebook
แผนที่:

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโด
Hokkaido Government Representative Office – ภาษาไทย

คนญี่ปุ่นกินมะม่วงกับอะไร? ตามไปดูขนมจากมะม่วงที่ญี่ปุ่นกัน

คนญี่ปุ่นกินมะม่วงกับอะไร? ตามไปดูขนมจากมะม่วงที่ญี่ปุ่นกัน

สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ถ้าพูดถึงผลไม้เขตร้อนหรือ Tropical Fruit สิ่งแรก ๆ ที่นึกถึงคงหนีไม่พ้นมะม่วง แต่มะม่วงในความคิดของคนญี่ปุ่นนั้นมักหมายถึงมะม่วงสุกสีเหลืองรสชาติหวาน ผู้เขียนเคยให้เพื่อนญี่ปุ่นลองกินมะม่วงดิบสีเขียว แต่เขากลับบอกว่านี่ไม่ใช่มะม่วง มะม่วงต้องสีเหลือง สีเขียวไม่มี พอบอกว่ามันเป็นมะม่วงดิบ ก็เลยสีเขียว เพื่อนญี่ปุ่นทำหน้าตกใจแล้วบอกว่าก็มันดิบจะกินได้ยังไง ต้องรอให้สุกก่อนสิ หลังจากเถียงกันอยู่นาน เพื่อนก็กล้ำกลืนมะม่วงดิบลงไปแล้วได้ข้อสรุปว่าชอบกินแบบสุกมากกว่า ทีนี้เรามาดูกันว่าคนญี่ปุ่นเอามะม่วงสุกไปกินกับอะไรบ้าง จะมีข้าวเหนียวมูนโผล่มาบ้างหรือเปล่า ตามไปดูกันค่ะ

ทาร์ตมะม่วงกุหลาบบาน

 

เมนูแรกเป็นเมนูจากคาเฟ่ชิก ๆ อย่าง cafe commeca เป็นทาร์ตผลไม้หลากชนิด โดยมีจุดเด่นอยู่ที่นำมะม่วงมาปอกและจัดเป็นดอกกุหลาบสวยงาม แป้งทาร์ตกรุบกรอบรองพื้นด้วยคัสตาร์ดครีม ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ กีวี่ และมะม่วงเน้น ๆ แทรกด้วยครีมราสเบอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยว นอกจากหน้าตาจะน่ากินแล้ว ยังมีรสชาติสดชื่นเข้ากับหน้าร้อนสุด ๆ เลยค่ะ

แซนด์วิชมะม่วงชุ่มฉ่ำ

 

เมนูมะม่วงคู่กับขนมปังนี้มาจากร้าน fruits and season ซึ่งเป็นร้านแซนด์วิชผลไม้มังสวิรัติแห่งแรกของญี่ปุ่น แซนด์วิชมะม่วงชุ่มฉ่ำเป็นสินค้า limited edition ที่ออกวางขายเฉพาะช่วงเท่านั้น เมนูนี้ใช้มะม่วงจากจังหวัดมิยาซากิถึงครึ่งลูกมาประกบคู่กับขนมปัง ให้รสชาติหวาน ชุ่มฉ่ำ ละลายในปาก เหมาะเป็นของว่างรองท้องค่ะ

พาร์เฟ่ต์มะม่วงกับช็อกโกแลต

 

ร้าน Cafe Cova Milano เป็นร้านขนมสัญชาติอิตาลีเก่าแก่ ที่นี่มีเมนูที่ขายเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมได้แก่ พาร์เฟ่ต์มะม่วงกับช็อกโกแลต โดยใช้มะม่วงถึง 3 ชนิด นำมาผสมผสานกับไอศครีมช็อกโกแลตกลิ่นเฮเซลนัท เสิร์ฟมาในแก้วไอศครีมทรงสูง หรูหรามากค่ะ

ไอศกรีมผลไม้นุ่มนิ่มหนึบหนับ Mango&Mango&Mango

 

มาที่ขนมราคาย่อมเยากันบ้าง ไอศกรีมมะม่วงนุ่มนิ่มหนึบหนับ Mango&Mango&Mango เป็นสินค้าใหม่จากบริษัท imuraya เป็นไอศกรีมเชอร์เบตที่ใช้พิวเร่มะม่วงอัลฟองโซ 20% และยังมีซอสมะม่วงและเนื้อมะม่วงแช่อิ่มมาช่วยเพิ่มความอร่อย เรียกได้ว่าได้รสมะม่วงเต็มปากเต็มคำ

ทีรามิซุมะม่วงที่ดื่มได้

 

ร้าน TIRAMUSU LABO เป็นร้านที่ขายทีรามิซุแบบถ้วย ได้ออกเมนูใหม่ที่ขายเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน เป็นทีรามิซุรสมะม่วงใส่ในแก้ว เราสามารถยกดื่มได้เลย ซอสมะม่วงหวานอมเปรี้ยวช่วยเพิ่มกลิ่นอายของผลไม้ให้แก่ทีรามิซุ พอทานแล้วทำให้นึกถึงฤดูร้อน

มะม่วงโยเกิร์ตปั่น

 

 

เครื่องดื่มดับร้อนอย่างมะม่วงโยเกิร์ตปั่นของคาเฟ่มากสาขาอย่าง Tully’s Coffee เป็นเมนูไม่ควรพลาดเหมือนกัน รสหวานของมะม่วงผสมผสานกับรสเปรี้ยวของโยเกิร์ต บวกกับความเย็นชื่นใจจากการปั่นกับน้ำแข็ง ท็อปด้วยเนื้อมะม่วงเต็มปากเต็มคำ เป็นเมนูที่จะช่วยให้ผ่านฤดูร้อนของญี่ปุ่นไปได้สบาย ๆ เลย

บ๊วยและมะม่วงครีมลาเต้

 

ร้านที่เปิดประสบการณ์เกี่ยวกับบ๊วยให้แก่ผู้มาเยือนอย่างโชยะก็ไม่ยอมแพ้ ออกขายเมนูเครื่องดื่มสำหรับหน้าร้อน โดยนำไซรัปบ๊วยสูตรพิเศษของทางร้าน ผสมเข้ากับน้ำมะม่วงสดและเพิ่มด้วยนมรสหวานนิด ๆ ท็อปด้วยวิปครีมและช็อกโกแลตครั้นช์กรุบกรอบ สร้างความแปลกใหม่ให้กับมะม่วงจริง ๆ ค่ะ

เมนูจากมะม่วงที่แนะนำมานี้น่ากินทั้งนั้นเลยใช่ไหมละคะ ใครที่เบื่อข้าวเหนียวมะม่วงแล้วก็ลองตามไปกินกันดูได้ค่ะ ผู้เขียนอยากรู้เหลือเกินว่าถ้ามะม่วงดิบเริ่มเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นแล้ว แต่ละร้านจะครีเอตเมนูจากมะม่วงดิบอะไรออกมาบ้าง    สล็อตเว็บตรง

นัตโต้ก็อร่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ!! เมื่อนำมาจับคู่กับวัตถุดิบเหล่านี้ที่คนญี่ปุ่นแนะนำ

นัตโต้ก็อร่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ!! เมื่อนำมาจับคู่กับวัตถุดิบเหล่านี้ที่คนญี่ปุ่นแนะนำ

นัตโต้(納豆, Natto)เป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และช่วยส่งเสริมการเผาผลาญไขมันในร่างกายทำให้ไม่อ้วนง่าย แต่ด้วยเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมักที่มีกลิ่นรุนแรงและมีลักษณะยืดหนืดทำให้คนไทยจำนวนมากไม่กล้าลองรับประทานนัตโต้แม้จะรู้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย  และไม่ใช่แต่คนไทยคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นของมันเช่นกัน จึงได้มีการดัดแปลงนำนัตโต้มารับประทานกับวัตถุดิบต่างๆ เพื่อลดกลิ่นและทำให้รู้สึกว่านัตโต้อร่อยขึ้น มารู้กันนะคะว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่นำมารับประทานกับนัตโต้แล้วจะทำให้รู้สึกว่านัตโต้อร่อยจนถึงกับต้องเพิ่มข้าว

1. ซอสมะเขือเทศกับนัตโต้

ซอสมะเขือเทศมีลักษณะข้นเหนียวและมีรสสัมผัสนุ่ม เมื่อนำมาคลุกเคล้ากับนัตโต้จะช่วยลดกลิ่นของนัตโต้ได้ดี  อีกทั้งรสเปรี้ยวหวานของซอสมะเขือเทศจะเข้ากันได้ดีกับนัตโต้ทำให้รับประทานได้ง่ายและอร่อยขึ้น

2. มะเขือเทศกับนัตโต้

มะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินและไลโคปีน เมื่อรับประทานร่วมกับนัตโต้จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าได้ดี อีกทั้งยังเปลี่ยนรสชาติของนัตโต้ให้อร่อยยิ่งขึ้น และหากเติมน้ำสลัดแบบอิตาเลียนลงไปก็จะทำให้รับประทานได้ง่ายและอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

3. นัตโต้กับปลาทูน่ากระป๋อง

ปลาทูน่ากระป๋องเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบยอดนิยมที่ทำให้รับประทานข้าวกับนัตโต้ได้อร่อยขึ้น วิธีการทำได้ง่ายเพียงตักเนื้อปลาทูน่าจากกระป๋องมาผสมกับนัตโต้ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาราดข้าวสวย  ก็จะทำให้ได้เมนูข้าวหน้านัตโต้ปลาทูน่ารสชาติอร่อยและอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

4. นัตโต้กับอะโวคาโด

เพียงเติมนัตโต้ลงไปบนข้าวสวย เติมอะโวคาโดหั่นเป็นชิ้นพอคำ เติมไข่แดง ซอสปรุงรสที่ติดมากับซองนัตโต้ เมนทซึยุและวาซาบิเล็กน้อย ก็จะได้ข้าวหน้านัตโต้อะโวคาโดที่อร่อยจนหยุดไม่ได้

5. นัตโต้กับกิมจิ

รสเผ็ดและเปรี้ยวของกิมจิจะช่วยกลบกลิ่นรุนแรงของนัตโต้ได้ดี ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากลองรับประทานนัตโต้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้หากเติมน้ำมันงาลงไปจะยิ่งทำให้อร่อยขึ้น

6. นัตโต้กับเนย

กลิ่นหอมของเนยจะทำให้รับประทานนัตโต้ได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องละลายเนยให้ดี ซึ่งทำได้ง่ายโดยการเติมเนยลงไปบนข้าวสวยร้อน เหยาะโชยุลงไปเล็กน้อย เติมนัตโต้ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำมารับประทานได้ตามชอบ นอกจากนัตโต้กับเนยจะอร่อยเมื่อทานกับข้าวสวยแล้ว การรับประทานกับเส้นสปาเก็ตตี้ก็อร่อยไม่แพ้กัน

 

นัตโต้เป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุรับประทานเกือบทุกวัน บ้านเราก็หาซื้อนัตโต้ได้ไม่ยาก หากอยากลองรับประทานนัตโต้ให้รู้สึกประทับใจก็ลองเลือกวัตถุดิบดังกล่าวมารับประทานคู่กับนัตโต้ดูนะคะ    UFABET เว็บตรง

ฤดูนี้ต้องนี่เลย! สิ่งที่คนญี่ปุ่นนึกถึงเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูนี้ต้องนี่เลย! สิ่งที่คนญี่ปุ่นนึกถึงเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

ตอนนี้เข้าสู่ช่วงมีนาคม หรือก็คือเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ผลิเพื่อนๆ จะนึกถึงอะไรกันบ้าง? ภาพในหัวมีซากุระ ฟ้าสีครามสดใส ความอบอุ่น สีชมพู ดอกไม้กันหรือเปล่า? แล้วถ้าเป็นคนญี่ปุ่นเขาจะนึกถึงอะไรและคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับฤดูใบไม้ผลิบ้าง ในบทความนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับอิมเมจและความรู้สึกของคนญี่ปุ่นที่มีต่อฤดูใบไม้ผลิค่ะ

Q: ช่วงเวลาไหนที่เริ่มรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิ

ส่วนใหญ่ตอบว่า ต้นเดือนมีนาคม (26.4%) รองลงมาคือปลายเดือนมีนาคม (21.6%) ถัดมาตอบกลางเดือนมีนาคม (20.8%) ในเปอร์เซ็นต์ที่ไล่เลี่ยกัน มีส่วนน้อยที่ตอบเดือนเมษายนหรือเดือนกุมภาพันธ์ ให้เหตุผลว่ารู้สึกว่าช่วงวันมันนานขึ้น บ้างก็ว่าวันที่ต้องถอดเสื้อโค้ตหนาๆ ออกมีเพิ่มมากขึ้น และรู้สึกคัดจมูก จวนจะถึงฤดูแห่งการแพ้เกสรดอกไม้แล้วสินะ เป็นต้น

จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิกันในช่วงเดือนมีนาคมค่ะ

Q: เมื่อรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วอยากทานอาหารที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิหรือไม่

สำหรับคำถามข้อนี้มีผู้ที่ตอบว่าอยากทานมากถึง 62.2% บอกไม่ได้ว่าอยากหรือไม่อยาก 32.5% และตอบว่าไม่อยากเพียง 5.3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ผู้เขียนคิดว่าเพราะชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆ ตามฤดูกาลมากไม่ว่าจะเป็นโทนสีเครื่องกายตามฤดูกาล บรรยากาศ เทศกาล รวมไปถึงของกิน ดูจากร้านค้าต่างๆ ที่มักออกสูตรใหม่หรือผลิตภัณฑ์ที่วางขายเฉพาะในฤดูกาลนั้นๆ เช่น โดนัทที่มีรูปลักษณ์และรสชาติอิมเมจซากุระ จึงทำให้มีผู้ตอบว่าอยากทานมากเกินกว่าครึ่ง

Q: ซื้อวัตถุดิบหรืออาหารที่ให้รู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิจากที่ไหนมากที่สุด

ข้อนี้มีผู้ที่ตอบว่าซูเปอร์มาเก็ตถึง 86.8% ถือว่าเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะซูเปอร์มาเก็ตที่ญี่ปุ่นมีเยอะมาก และเป็นสถานที่ที่บรรดาคุณพ่อบ้านแม่บ้านมาซื้อของสำหรับทำกับข้าวเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นสถานที่แรกที่มีโอกาสซื้ออาหารหรือวัตถุดิบค่ะ รองลงมาคือร้านสะดวกซื้อ 24.3% คนทำงานหรือนักเรียนในช่วงอายุ 10-30 ปีซื้อของกินจากที่นี่เยอะ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ร้านสะดวกซื้อจะเริ่มวางขายข้าวกล่องและขนมที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนที่รู้สึกได้ถึงฤดูใบไม้ผลิจากการเข้าร้านสะดวกซื้อก็เป็นได้

นอกจากนี้ ในแบบสอบถามมีชายช่วงอายุมากกว่า 50 ปีตอบว่าจะไปหาวัตถุดิบที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิด้วยตัวเองอีกด้วย แสดงว่าเมื่อก่อนก็มีคนที่ขึ้นเขาไปดูหน่อไม้หรือพืชในป่าแตกใบอ่อนแล้วสัมผัสได้ถึงความเป็นฤดูใบไม้ผลิอยู่เหมือนกัน

Q: ถ้าพูดถึงของกินหรือรสชาติของฤดูใบไม้ผลิจะนึกถึงอะไร?

สำหรับผักที่มาแรงเป็นอันดับ 1 ถึง 58% คือหน่อไม้ค่ะ รองลงมาคือกะหล่ำปลีฤดูใบไม้ผลิ 39.2% และดอกนาโนฮานะ (菜の花) 38% เป็นพืชที่นำมาประกอบอาหารได้ทั้งนั้น อีกทั้งยังมีพืช เช่น กะหล่ำปลีฤดูใบไม้ผลิที่ต้องรอให้ถึงฤดูกาลก่อนถึงจะทานได้ เพราะเหตุนี้หรือเปล่านะถึงเป็นผักที่อยู่ในอิมเมจฤดูใบไม้ผลิของใครๆ หลายคน

ในหมวดผลไม้ สตรอว์เบอร์รีได้อันดับ 1 ไปครองและมีผู้ที่ตอบมากที่สุด 58% โดยผู้ที่ตอบข้อนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่จะทานสดๆ ก็อร่อย แถมยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำขนมตะวันตกและขนมญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ หัวข้อนี้ต้องยอมเขาจริงๆ ส่วนอันดับ 2 คือเชอร์รี และอันดับ 3 คือส้มเดโกปอง (デコポン)

ส่วนอันดับของประเภทสัตว์น้ำนั้นสูสีมาก มีผู้ตอบกุ้งซากุระเอบิ (桜エビ) 32.5% ปลาคาซึโอะ (カツオ) 32.3% เท่ากับว่าไม่มีอันไหนโดดเด่นชัดเจน ความน่าสนใจอยู่ตรงที่คำตอบข้อนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามค่ะ ผู้ที่มาจากเฮียวโกะจะตอบปลาอิกะนะโกะ (イカナゴ) ผู้ที่อยู่ในฟุคุยามะจะตอบกุ้งชิระเอบิ (白エビ) ผู้ที่อยู่ในชิสุโอกะจะตอบกุ้งซากุระเอบิ สรุปคือถ้าพูดถึงปลาที่เป็นอิมเมจของฤดูใบไม้ผลิก็จะนึกถึงปลาในท้องถิ่นของตนนั่นเอง

3 อันดับอาหารซึ่งทำจากวัตถุดิบต้อนรับช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ชอบ

อันดับ 1 เทมปุระหรือของทอด

ผักในฤดูใบไม้ผลิอย่างทาระโนะเมะ (タラの芽) หรือฟุคิโนะโท (ふきのとう) ที่มักนำมาทำเทมปุระมีรสชาติขม แต่เมื่อนำมาทอดความขมจะอ่อนลงได้สัมผัสที่นุ่มนวลขึ้น เป็นวิธีทำอาหารที่เข้ากันได้พอดิบพอดีเหมาะกับฤดูใบไม้ผลิ อีกทั้งเกลือก็เป็นตัวช่วยเสริมความอร่อยของวัตถุดิบมากขึ้น เข้ากันได้ดีมากกับเทมปุระ ลองหาเกลือหลายๆ ชนิดกินคู่กันสิ รับรองว่าอร่อยเหาะ

 

อันดับ 2 ซูชิหรือจิราชิซูชิ (ちらし寿司)

พอเข้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ เชื่อว่าคงมีหลายครอบครัวที่ทำจิราชิซูชิหรือบาระซูชิ (ばら寿司) ซึ่งเต็มไปด้วยนาโนฮานะหรือถั่วลันเตา เทมาริซูชิ (手まり寿司) ซูชิก้อนกลมขนาดเล็กที่มีท็อปปิ้งหลากหลายสีสันสดใสอย่างนาโนฮานะ ไข่ แซลมอน กุ้งที่พอมาวางรวมกันก็ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิ หยิบทานง่ายเหมาะกับทานในงานเลี้ยง หรือจะทำกินเองกับครอบครัวก็ได้

อันดับ 3 ข้าวคลุก (まぜご飯) หรือข้าวอบ (炊き込みご飯)

เป็นอาหารที่มีข้าวเป็นวัตถุดิบหลักรวมกันวัตถุดิบอื่นๆ อย่างหน่อไม้ พืชโกะโบ หอยอาซาริ ปลาชิราสุ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ลิ้มรสแล้วทำให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิทั้งนั้น        สล็อตเว็บตรง

ด้วยสถานการณ์โควิดช่วงนี้ทำให้ออกไปข้างนอกได้ลำบากมากขึ้น หลายคนคงพลาดโอกาสดื่มด่ำไปกับฤดูใบไม้ผลิไม่ได้ไปชมดอกไม้ ปีนเขา เก็บสตรอว์เบอร์รี แต่การได้ลิ้มรสอาหารและขนมต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถเพลิดเพลินไปกับฤดูกาลได้ดีเลยทีเดียว

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิสุโอกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิสุโอกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

วันนี้ ANNGLE พาเพื่อนๆ ไปเที่ยวจังหวัดชิสุโอกะ ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงโตเกียวและโอซาก้า แถมยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ คาบสมุครอิซุ และไร่ชาเขียวอันกว้างใหญ่ ที่มีใบชาเป็นผลิตภัณฑ์ประจำจังหวัด อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลแข่งว่าวยักษ์อันโด่งดังอีกด้วย ! ใครชื่นชอบธรรมชาติ อย่างภูเขา ทะเล ป่าไม้แล้วละก็ เตรียมเก็บกระเป๋า สะพายเป้กันให้ดี แล้วไปดูกันเลยว่าที่ชิสุโอกะมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง !

1.ภูเขาไฟฟูจิ (富士山)

ภูเขาไฟฟูจิ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดยามานาชิและจังหวัดชิสุโอกะ มีความสูงประมาณ 3,776 เมตร บริเวณเชิงเขายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Fuji Safari Park, Shiraito-no-taki Falls และ Fuji Reien Cemetery โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ปลายเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนกันยายน ที่นี่จะเต็มไปด้วยเหล่านักปีนเขามากมาย ซึ่งเส้นทางปีนเขา Yoshida Trail จะปีนจากจังหวัดยามานาชิ ส่วนเส้นทาง Fujinomiya Trail, Subashiri Trail และ Gotenba Trail จะเริ่มที่จังหวัดชิสุโอกะ

หากเพื่อนคนไหนๆ สนใจที่จะปีนภูเขาไฟฟูจิ สามารถรับแผนที่ และตารางเวลาออกเดินทาง ที่พักบนภูเขา และการเดินทางลง หรือใครอยากลองปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงกลางคืนเพื่อดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า หรือเดินเล่นชมรอบๆ ปล่องภูเขาไฟ ที่นี่เขาก็มีบริการเส้นทางปีนเขาที่หลากหลายให้เพื่อนๆ ได้เลือกเดินกันด้วยเนื่องจากบนภูเขามีสภาพอากาศที่แปรปรวน ดังนั้นขอแนะนำให้เพื่อนๆ เตรียมเสื้อกันฝน รองเท้าปีนเขา และอุปกรณ์อื่นๆสำหรับนักเดินทางไปด้วยนะคะ

วิธีเดินมายังภูเขาไฟฟูจิ มีหลากหลายเส้นทางมากๆ จากสถานี Fujisan รถไฟ Fujikyu Railway สาย Fujikyuko line ให้เพื่อนๆขึ้นรถบัสไต่เขาที่สถานี Gotenba ของรถไฟสาย JR Gotenba ได้เลย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม mtfuji

2.ไร่ชานิฮนไดระ (日本平お茶会館)

จังหวัดชิสุโอกะเรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งชาเลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่มีพื้นที่ไร่ชามากกว่า 40% ของพื้นที่ไร่ชาทั้งหมดในประเทศ และผลิตชามากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศอีกด้วย! พูดได้เลยว่าชาวชิสุโอกะส่วนใหญ่ไม่ดื่มชาอื่น นอกจากชาเขียวในท้องถิ่นที่พวกเขาปลูกเอง เพราะพวกเขารักและภูมิใจในใบชาของตนเองมาก ซึ่งไร่ชาเขียวที่นิฮนไดระเขาก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้าไปเดินชม สัมผัสกับใบชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเรียนรู้วิธีเก็บเกี่ยวใบชา ซึ่งใบชาที่นี่จะขึ้นเขียวชอุ่มในช่วงกลางเดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวเลยละ นอกจากนี้ระหว่างที่เก็บชาเพื่อนๆ ยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิตัดกับสีเขียวของไร่ชาอีกด้วย ถือเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ขากลับก็อย่าลืมแวะซื้อชาอบแห้งเป็นของที่ระลึกกันด้วยนะ

ไร่ชานิฮนไดระ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. เพื่อนๆ สามารถเรียนรู้การเก็บใบชาได้ในราคา 500 เยน หรือถ้าจ่ายอีก 1,300 เยน ก็จะได้รับกระป๋องบรรจุชาอบแห้งที่เราจะตักใส่เท่าไหร่ก็ได้เป็นที่ระลึกด้วย วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงสถานี Shizuoka แล้วนั่งรถเมล์สาย 42 จากป้าย 11 หน้าสถานีรถไฟมาลงที่ป้าย Nihondaira Ropeway แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15-20 นาทีค่ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม ocha-kaikan

3.สะพานแห่งความฝัน (夢の吊橋)

สะพานแห่งความฝัน ตั้งอยู่ที่สุมาตะเคียว ออนเซ็น จังหวัดชิสุโอกะ ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 100 สะพานที่ควรข้ามสักครั้งก่อนตาย สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 90 เมตร และกว้างเพียง 30 เซนติเมตร จำกัดจำนวนคนข้ามไม่เกิน 10 คน เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง เมื่อมาถึงที่นี่เราจะรู้สึกเหมือนได้อยู่สวรรค์จริงๆ เลยล่ะ เพราะรอบข้างสะพานแห่งนี้รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และภูเขา เรียกได้ว่ามาถึงที่นี่เพื่อนๆ ต้องได้รับออกซิเจนไปสูดกันเต็มปอดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นข้างล่างของสะพานยังเป็นทะเลสาบที่มีสีสันสวยงามแตกต่างกันไป บางครั้งเราก็จะเห็นเป็นสีฟ้าอ่อน หรือสีฟ้าเข้ม อีกทั้งที่นี่ยังมีความเชื่อที่ว่า หากข้ามสะพานไปจนถึงกลางสะพานแล้วอธิษฐานขอพรเกี่ยวกับความรัก พรนั้นจะเป็นจริงด้วยล่ะ!

วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงสถานี Kanaya แล้วนั่งรถไฟ SL หรือรถไฟหัวจักรไอน้ำ Oigawa Railway ต่อประมาณ 40 นาทีเพื่อมาลงสถานี Senzu แล้วต่อรถบัสอีก 20 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 30 นาทีเพื่อไปยังจุดข้ามสะพาน เดินเที่ยวชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม sumatakyo-spa

4.มินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์ (南アルプスあぷとライン)

โออิงาวะ เท็ตสึโด อิคาวะเซ็น ทางรถไฟที่วิ่งผ่านหุบเขาโอคุโออิในจังหวัดชิสุโอกะ หรือที่เรียกกันว่ามินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์ เป็นเส้นทางรถไฟที่แล่นขึ้นไปยังหน้าผาสูงชัน จากสถานีเซ็นซูไปยังสถานีอิงาวะ นับว่าเป็นหนึ่งในทางรถไฟสะพานเหล็กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยล่ะค่ะ เพราะระหว่างทางเพื่อนๆ สามารถชมวิวธรรมชาติอันสวยงามท่ามกลางภูเขา ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทิวทัศน์ที่นี่จะสวยงามมากๆ ค่ะ เพราะเหล่าใบไม้สีแดง สีเหลือง จะผลัดใบตัดกับสีฟ้าอ่อนของทะเลสาบด้านล่าง ใครได้มีโอกาสมาที่นี่ละก็อย่าลืมแชะภาพสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกกันด้วยนะ สำหรับค่าโดยสารก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานีที่ขึ้นและลง แต่โดยทั่วไปแล้วราคาต่อคนผู้ใหญ่อยู่ที่ 150 เยน เด็ก 80 เยน

โออิงาวะ เท็ตสึโด อิคาวะเซ็น เปิดทำการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. การเดินทางเพื่อนๆ สามารถขึ้นรถไฟ JR สายโทไคโดะไปยังสถานีคานายะ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายหลักโออิงาวะ เท็ตสึโด ที่ซึ่งสถานีแรกของมินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์ คือ สถานีเซ็นซู

 

ข้อมูลเพิ่มเติม oigawa-railway

5.แหลมอิโรซากิ (石廊崎)

เพื่อนๆ สามารถเที่ยวชมทิวทัศน์ความสวยงามของชายฝั่งทะเลรอบๆ แหลมอิโรซากิ ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของคาบสมุทรอิซุ ซึ่งที่นี่เพื่อนๆ สามารถล่องเรือสูดอากาศบริสุทธิ์ เที่ยวชมบรรยากาศรอบชายฝั่ง และโขดหินรูปร่างแปลกๆ รวมถึงสักการะศาลเจ้าอิโระที่ตั้งของเทพเจ้าผู้ปกป้องท้องทะเล หรือชมประภาคารอิโรซากิที่ตั้งอยู่บริเวณแหลมแห่งนี้ได้อีกด้วย อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของแหลมทาไร ซึ่งมีชายหาดหิน แหล่งศึกษาธรรมชาติ และถ้ำทะเลริวกุ ที่เมืองโทจิ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ รูปร่างคล้ายกับหัวใจ ที่นั่นเพื่อนๆ สามารถเล่นสกีที่ลานทราย และเช่าอุปกรณ์เล่นบอร์ดได้ด้วย

ล่องเรือชมแหลมอิโรซากิ เปิดให้ใช้บริการตั้งแต่เวลา 9.30-15.30 น. ปิดทำการช่วงอากาศแปรปรวน หรือน้ำขึ้น ค่าใช้จ่าย 1,400 เยน วิธีการเดินทางจากสถานี Izukyu-Shimoda นั่งรถบัสสาย Tokai ไปลงที่ Irozakiko-guchi  แล้วเดินไปตามทางที่ไปยังท่าเรือประมาณ 5 นาที แหลมทาไร เดินไปทางทิศตะวันออกของป้ายบัส Kyukamura หรือ นั่งรถบัส Irozaki bound bus ส่วนถ้ำทะเล จากสถานี Izukyu-Shimoda นั่ง Toji bound bus ไปลงที่ป้าย Toji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีค่ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม minami-izu

6.ชายหาดมิโฮ (三保の松原)

ชายหาดมิโฮ หนึ่งในสถานที่ชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนๆสามารถทอดสายตามองทิวทัศน์ของทะเลที่ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เดินเล่นกินลมชมอากาศ ซึ่งข้างๆยังเป็นที่ตั้งของ Hagaromo Park ที่เต็มไปด้วยต้นสนรายล้อม ทำให้อากาศบริเวณนี้เย็นสบาย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างยิ่งเลยละค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมีตำนานต้นสน Hagoromo no Matsu  ซึ่งมีอายุกว่า 650 ปี ว่ากันว่ามีชายชาวประมงคนหนึ่งพบเชือกที่นางฟ้าทำหล่นจากสวรรค์แขวนอยู่บนกิ่งต้นสน ทำให้ต้นสนต้นนี้โดดเด่นกว่าต้นอื่น และกลายเป็นความสวยงามของที่นี่อีกอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในการมาพักผ่อนหย่อนใจไม่ว่าจะเป็นเดินเล่น ว่ายน้ำ ปิกนิก หรือปั่นจักรยาน

วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Shizuoka Tetsudo Line มาลงสถานี Shin-Shimizu แล้วนั่งรถบัส Miho Yamanote Line ต่ออีกประมาณ 25 นาที แล้วเดินต่ออีก 20 นาทีค่ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม visit-shizuoka

7.ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน (富士山本宮浅間大社)

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน มีอายุกว่า 1,000 ปี แม้โครงสร้างเดิมจะถูกทำลายลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เหลือไว้เพียงศาลเจ้าชั้นใน ศาลเจ้าชั้นนอก และประตู แต่ศาลเจ้านี้ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเซนเอาไว้ อย่างฮอนเดน หอประชุมใหญ่ของศาลเจ้าที่ยังคงโดดเด่นด้วยเซนเกนซูคูริ ซึ่งเป็นประตูหอสองชั้น ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติอีกด้วย เมื่อมาถึงที่นี่ต้องมาสักการะเจ้าหญิงโคโนะฮานะซากุยะฮิเมะ เทพธิดาของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ก็ได้ถูกบันทึกลงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฟูจิซังด้วย

นอกจากนี้รอบๆ ศาลเจ้ายังมีต้นซากุระอีกกว่า 500 ต้น ที่พร้อมจะผลิดอกบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน อีกทั้งยังมีเส้นทางที่ใช้สำหรับเทศกาลขี่ม้ายิงธนูที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 พฤษภาคม และฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และต้นเดือนกันยายน ใครมีโอกาสมาเที่ยวช่วงนี้ละก็ ห้ามพลาดเชียว!

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 5. 30-19.00 น. ยกเว้นจุดสวดมนต์ด้านหน้า และร้านขายเครื่องราง การเดินทาง เพื่อนๆ สามารถเดินเท้าจากสถานีฟูจิโนะมิยะไปทางสาย มิโนบู ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีค่ะ

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม fuji-hongu

8.ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ (久能山東照宮)

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ท่านโชกุนโทคุกาวะ อิเอยะสุ มีสถาปัตยกรรมสวยงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของชาติ ด้วยความโดดเด่นของสีแดงสดใส และสีทองอร่าม ประกอบกับผลงานแกะสลักอันสวยงาม รวมถึงภาพวาดบนประตูโรมอน ซึ่งสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าที่นี่ยังคล้ายกับนิกโก้อีกด้วย เมื่อเข้ามาภายในศาลเจ้า เพื่อนๆ จะพบกับหอกทอง และโคมไฟทองแดง ที่นำไปสู่ห้องโถงหลัก หากเดินลึกเข้าไปข้างหลังจะเป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพท่านโชกุนอิเอยะสุ นอกจากนี้ไม่ไกลจากศาลเจ้ามากนัก เพื่อนๆ ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของท่านโชกุนคุโนซัง ที่มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว สมบัติอื่นๆ อย่างเสื้อผ้าในสมัยนั้น และอาวุธที่ใช้ในการรบอีกด้วย

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สามารถเข้าชมได้ครั้งละไม่เกิน 2 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 200 เยน ส่วนค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 300 เยน วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงที่สถานี Shizuoka แล้วนั่งรถบัส Shizutetsu Justline Bus ฟรีมาลงที่ Nihondaira Ropeway เพื่อขึ้นกระเช้าต่อ ระหว่างทางที่ขึ้นกระเช้า เพื่อนๆ ยังสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามได้ด้วย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม toshogu

9.จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ (ちびまる子ちゃんランド)

การ์ตูนอนิเมชั่นขวัญใจเด็กๆอย่างจิบิ มารุโกะจัง ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ ขึ้นที่ S Pulse Dream Plaza เมืองชิมิสึ จังหวัดชิสุโอกะ ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้จะแบ่งออกเป็นสองโซน คือโซนเข้าฟรีที่มีร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับจิบิ มารุโกะจังให้เลือกซื้อกัน และโซนเสียเงินที่มีกิจกรรมเช่าชุดคอสตูม ซึ่งเพื่อนๆ สามารถใส่ชุดคอสตูมตัวละครตามการ์ตูน เพื่อถ่ายรูปกับภาพพื้นหลังตามฉากละครที่สตูดิโอ อีกทั้งยังสามารถเลือกชมอนิเมะจิบิ มารุโกะจัง ที่มีให้เลือกกว่า 5 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย

สำหรับโซนเสียเงินผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 400 ส่วนค่าเช่าชุดคอสตูมอยู่ที่ราคา 300 เยน การเดินทางไป S-Pulse Dream Plaza สามารถเดินทางด้วยรถรับส่งฟรีที่วิ่งจากประตูตะวันออกของสถานี JR Shimizu Station ซึ่ง ทุกชั่วโมงจะมีรถบัส 2-4 คัน ระหว่างเวลา 9.00 น. และ 22.00 น. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

 

ข้อมูลเพิ่มเติม chibimarukochan

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ (静岡市立芹沢銈介美術館)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับช่างย้อมที่ชื่อว่า เซริซาวะ เคอิสุเกะ เนื่องจากเป็นคนที่มีรสนิยมไม่เหมือนใคร เขาจึงได้สร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดกิโมโน ชุดโอบิ แผ่นกั้นห้อง ซึ่งที่นี่เพื่อนๆ สามารถเดินชมห้องทำงาน และผลงานตลอดระยะเวลา 88 ปีในช่วงชีวิตของเขา โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการทั้งแบบถาวร และตามฤดูกาล ปัจจุบันที่นี่มีผลงานทางศิลปะกว่า 800 ชิ้น และเนื่องจากเซริซาวะเองก็เป็นนักสะสมเช่นกัน ที่นี่จึงได้มีการจัดแสดงของสะสมส่วนตัวกว่า 4,500 ชิ้น อย่างงานศิลปะ งานหัตถกรรม งานเซรามิก งานไม้ ภาพเขียนต่างๆ นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังสามารถซื้อผลงานการออกแบบของเซริซาวะได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. หยุดวันจันทร์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงวันปีใหม่ เสียค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 420 เยนนักเรียนมัธยมปลาย นักศึกษา 250 เยน และนักเรียนประถมไปจนถึงมัธยมต้น 100 เยน การเดินทางจากสถานีชิสุโอกะของรถไฟ JR ให้ขึ้นรถโดยสารสายชิซูเท็ตสึที่มุ่งหน้าไปยังโทโรอิเซกิ แล้วลงที่ป้ายโทโรอิเซกิ

ข้อมูลเพิ่มเติม seribi


นอกจากภูเขาไฟฟูจิที่เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว จังหวัดชิสุโอกะยังมีภูเขาอะชิทากะและภูเขาโทกะสะ ลากยาวไปจนถึงคาบสมุทรอิซุ และเนื่องจากเป็นบริเวณของเขตภูเขาไฟ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ อย่าง อะตะมิ อิโต ชูเซ็นจิ เมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่ และบ่อน้ำพุร้อนคันซันจิ จุดชมพระจันทร์เต็มดวงยอดนิยม ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองก็แวะมาเที่ยวชมธรรมชาติกันได้ที่ชิสุโอกะนะ !    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์